9. คำสั่งเลือกทำงาน

Conditional Statements

https://drive.google.com/file/d/1GLbTTGfa2oLBckButZd9ZIblrjnJU30f/view?usp=sharing

9.1. จุดประสงค์รายสัปดาห์

  1. อธิบายข้อมูลประเภท bool และเขียน Boolean expression

  2. เขียนโปรแกรมเพื่อตัดสินใจโดยใช้คำสั่ง if ได้

  3. เขียนโปรแกรมเพื่อการตัดสินใจโดยใช้ if-else ได้

  4. เขียนโปรแกรมเพื่อการตัดสินใจโดยใช้ if-elif-elif-else ได้

  5. เขียนโปรแกรมเพื่อจัดการข้อผิดพลาดตอน run ได้

  6. เขียนโปรแกรมโดยใช้ nested if ตาม algorithms ที่กำหนดให้ได้

9.2. Boolean

ข้อมูลประเภทตรรกะ

ข้อมูลประเภทนี้มีได้สองค่าคือ True (จริง) หรือ False (เท็จ) เท่านั้น เทียบได้กับ ประพจน์ (proposition) ในวิชาคณิตศาสตร์เต็มหน่วย

ประพจน์ (proposition)

ประโยคบอกเล่าที่มีเนื้อหาหรือความหมายที่บอกได้ว่าเป็นความจริงหรือความเท็จ เรียกว่า ค่าความจริง

  • พระอาทิตย์ขึ้นทิศตะวันออก

  • คำว่า 'Paul' มี 4 ตัวอักษร

  • $ 3.25 < 3.55 $

  • จำนวนตัวอักษรในคำว่า "พอล" มีจำนวนเท่ากับ จำนวนตัวอักษรในคำว่า "Paul"

  • len('พอล') < len("Paul")

เพรดิเคต (predicate)

ประโยคที่สามารถระบุค่าความจริงได้ ถ้าตัวแปรทุกตัวถูกระบุค่าความจริง

predicate นิยมเขียนพร้อม quantifier และ variable (ตัวแปร) เช่น \(\forall x P(x)\)

  • \(Q\) : สำหรับทุก ๆ จำนวนเต็ม \(x\) ถ้า \(x\) มีค่าน้อยกว่า -2 แล้ว \(x^2 \gt 4\)

  • \(\forall x \in Z (x \lt -1) \to x^2 \gt 4\)

9.2.1. 1. การประกาศ

p = True
q = False
r = len('พอล') > len('Paul')
x = -3
s = x**2 > 4

9.2.2. 2. ตัวดำเนินการ

Python

Mathematics

Meaning

<

\(\lt\)

Less than

<=

\(\le\)

Less than or equal to

==

\(=\)

Equal to

>=

\(\ge\)

Greater than or equal to

>

\(\gt\)

Greater than

!=

\(\neq\)

Not equal to

ตัวอย่างการใช้งาน

x, y = 1, 2

p = x**2 < y
q = x**2 <= y**0.5
r = x**2 + 3*x == y
s = len('พอล') >= len('Paul')
t = len('พอล'*4) > 3*len('Paul')
u = (x**2 + 3*x + 2) != y

การตรวจสอบช่วงค่า

p = 0 < x < 5
q = -10 < x <= 10

9.2.3. Boolean Expression (Bool_Ex)

คำสั่งที่ประมวลผลออกมาได้เป็น True หรือ False

  • proposition - ประพจน์

  • predicate - ที่ตัวแปรทุกตัวมีค่า

9.2.4. การเชื่อม Bool_Ex: and, or, not

p = 0 < x and x < 5
q = -10 < x and x <= 10
r = p or q
s = not (p and q) or r

9.3. Decision

Decision Control Structure

คำสั่งประเภทตั้งเงื่อนไขการทำงาน

  • คำสั่งที่เราเขียนถึงตอนนี้ทำงานเป็นแบบเรียงลำดับ sequential

  • อย่างไรก็ดีการทำงานแบบ sequential นี้ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด บางกรณีก็อาจต้องใช้เงื่อนไขเลือกทำงาน

  • คำสั่งกำหนดเงื่อนไขการทำงาน(Control structures) ช่วยให้เรากำหนดเงื่อนไขการเรียกคำสั่งได้

9.3.1. ระบบแจ้งเตือนอุณหภูมิ 1

โปรแกรมแสดงข้อความแจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิเกินพิกัด

  • ถ้าอุณหภูมิเกิน 50 องศาให้แสดงข้อความว่าร้อนเกินไป

Algorithm

  1. รับค่าอุณหภูมิ t

  2. ถ้าค่า t มากกว่า 50

  • แสดงข้อความ 'ร้อนเกินไป'

Implementation

t = float(input('กรอกอุณภูมิ: '))
if t > 50:
    print('ร้อนเกินไป')

9.3.2. Extra - อ่านอุณหภูมิของ CPU core

  1. ติดตั้ง package เสริม

เปิด gnome-terminal แล้วพิมพ์

pip3 install --user psutil
  1. คำสั่งอ่านอุณภูมิของ CPU

import psutil
alltemps = psutil.sensors_temperatures() # dict
coretemps = alltemps['coretemp'] # list
t = coretemps[1].current # อุณภูมิของ core 0
  1. เขียนเป็นฟังก์ชัน

def coretemp(core_num):
    import psutil
    alltemps = psutil.sensors_temperatures()
    coretemps = alltemps['coretemp']
    return coretemps[core_num].current
  1. โปรแกรมแจ้งเตือนอุณหภูมิของ CPU

t = coretemp(0)
if t > 50:
    print('ร้อนเกินไป')
    print('\a')

9.4. ระบบแจ้งเตือนอุณภูมิ 1 (One-way)

flowchart-01

flowchart-01

คำสั่งภาษา Python

t = float(input('กรอกอุณภูมิ: '))
if t > 50:
    print('ร้อนเกินไป')

9.5. Flowchart ระบบแจ้งเตือนอุณภูมิ 1b

flowchart-01b

flowchart-01b

คำสั่งภาษา Python

t = float(input('กรอกอุณภูมิ: '))
if t > 50:
    print('ร้อนเกินไป')
else:
    print('อุณหภูมิปกติ')

9.6. ระบบแจ้งเตือนอุณหภูมิ 2 (Two-way)

โปรแกรมแสดงข้อความแจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิเกินพิกัดและต่ำกว่าพิกัด

  • ถ้าอุณหภูมิเกิน 30 องศาให้แสดงข้อความว่าร้อนเกินไป

  • ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาให้แสดงข้อความว่าหนาวเกินไป

9.6.1. ระบบแจ้งเตือนอุณหภูมิ 2a

flowchart-02

flowchart-02

คำสั่งภาษา Python

t = float(input('กรอกอุณหภูมิ: '))
if t > 30:
    print('ร้อนเกินไป')
if t < 10:
    print('เย็นเกินไป')

9.6.2. ระบบแจ้งเตือนอุณหภูมิ 2b

flowchart-02b

flowchart-02b

คำสั่งภาษา Python

t = float(input('กรอกอุณหภูมิ: '))
if t > 30:
    print('ร้อนเกินไป')
else:
    print('เย็นเกินไป')

9.7. Note: รูปแบบคำสั่ง if

if bool_ex:
    statements
  • ใน statements จะมีกี่คำสั่งก็ได้

  • statements ใน if จะต้องเยื้องเข้าข้างในด้วยการเคาะหนึ่ง tab

9.8. หารากของสมการกำลังสอง

รากของสมการกำลังสองที่อยู่ในรูปแบบ \(f(x) = ax^2 + bx + c\) โดยที่ \(a, b, c\) เป็นค่าคงที่ นั้นสามารถหารากของสมการที่เป็นจำนวนจริงได้ก็ต่อเมื่อ \(b^2 - 4ac \ge 0\)

โจทย์

จงเขียนโปรแกรมเพื่อหารากของสมการ \(f(x) = ax^2 + bx + c\)

Algorithm

  1. รับค่า a, b, c

  2. คำนวณหาค่า \(r = b^2 - 4ac\)

  3. แสดงค่ารากของสมการทั้งสองคือ

\(r_1 = \frac{-b + r}{2a}\)

\(r_2 = \frac{-b - r}{2a}\)

Implementation

a = float(input('a: '))
b = float(input('b: '))
c = float(input('c: '))
r = b**2 - 4*a*c
r1 = (-b + r) / (2 * a)
r2 = (-b - r) / (2 * a)
print( r1, r2 )

เขียนเป็นฟังก์ชัน

def solve(a, b, c):
    r = b**2 - 4*a*c
    r1 = (-b + r) / (2 * a)
    r2 = (-b - r) / (2 * a)
    print( r1, r2 )

Testing

solve(1,0,-4)
solve(-3,1,1)
solve(2,-12,7)

9.9. Input Error

solve(1, 1, 2)
solve(1, 2, 3)

9.10. Two-way เพื่อการตรวจสอบ 1

def solve(a, b, c):
    r = b**2 - 4*a*c
    if r >= 0:
        r1 = (-b + r) / (2 * a)
        r2 = (-b - r) / (2 * a)
        print( r1, r2 )
    else:
        print( 'ไม่มีรากของสมการในระบบจำนวนจริง' )

9.10.1. Mutually Exclusive - if/else

สองเงื่อนไขที่มีค่าความจริงตรงกันข้ามกันเสมอ

  • เงื่อนไขหนึ่งเป็นจริงแล้วอีกเงื่อนไขจะเป็นเท็จ

9.11. Two-way เพื่อการตรวจสอบ 2

def solve(a, b, c):
    r = b**2 - 4*a*c
    if r < 0:
        print( 'ไม่มีรากของสมการในระบบจำนวนจริง' )
    else:
        r1 = (-b + r) / (2 * a)
        r2 = (-b - r) / (2 * a)
        print( r1, r2 )

9.12. Multi-way Decision

ถ้าทดสอบโดยเรียกใช้ solve(1,2,1) ควรจะแสดงแค่ค่าเดียว เนื่องจากในทางคณิตศาสตร์สมการนี้มีรากของสมการเดียว คือ 1

การตรวจสอบว่าสมการใดมีรากของสมการเดียวในกรณี \(r = 0\)

เราสามารถเพิ่ม เงื่อนไขของฟังก์ชัน เป็น 3 ทางได้ดังนี้

9.12.1. Multi-way 1

def solve(a, b, c):
    r = b**2 - 4*a*c
    if r < 0:
        print( 'ไม่มีรากของสมการในระบบจำนวนจริง' )
    elif r == 0:
        r1 = (-b + r) / (2 * a)
        print( 'สมการมีรากเดียวคือ ', r1 )
    else:
        r1 = (-b + r) / (2 * a)
        r2 = (-b - r) / (2 * a)
        print( 'สมการมีสองรากคือ ', r1, r2 )

9.12.2. Multi-way 2 ด้วยวิธี nested

Two-way in Two-way

def solve(a, b, c):
    r = b**2 - 4*a*c
    if r < 0:
        print( 'ไม่มีรากของสมการในระบบจำนวนจริง' )
    else:
        if r == 0:
            r1 = (-b + r) / (2 * a)
            print( 'สมการมีรากเดียวคือ ', r1 )
        else:
            r1 = (-b + r) / (2 * a)
            r2 = (-b - r) / (2 * a)
            print( 'สมการมีสองรากคือ ', r1, r2 )

9.13. Multi-way Decision

if Bool_Ex1:
    statements
elif Bool_Ex2:
    statements
elif Bool_Ex3:
    statements
elif Bool_Ex4:
    statements
else:
    statements

Note

  • นำมาเขียน mutually exclusive กี่เงื่อนไขก็ได้

  • การทำงาน

  1. ไล่ตรวจสอบเงื่อนไขไปเรื่อยๆ

  2. จนกว่าจะเจอเงื่อนไขที่เป็นจริง

  3. จึงจะทำตามคำสั่งในเงื่อนไขนั้นแล้วข้ามเงื่อนไขที่เหลือไป

  4. ถ้าไม่มีเงื่อนไขไหนเป็นจริงเลยและมี else จะทำคำสั่งในเงื่อนไข else

  • การเขียน multi-way decision จะมี หรือ ไม่มี else ก็ได้

9.14. SA - แปลงคะแนนเป็น เกรด

โจทย์

จงเขียนโปรแกรมเพื่อแปลงคะแนน score ให้เป็น grade ตามเงื่อนไขต่อไปนี้

ต่ำสุด |

งสุด | gr

de |

0

50

F

50

60

D

60

70

C

70

80

B

80

100

A

ตัวอย่างข้อมูลนำเข้า-ส่งออก

score

grade

0

F

49

F

49.99

F

50

D

78

B

9.14.1. Solution - SA

Solution 1

score = float(input('คะแนน: '))
if score < 50:
    print('F')
elif score < 60:
    print('D')
elif score < 70:
    print('C')
elif score < 80:
    print('B')
else:
    print('A')

Solution 2

score = float(input('คะแนน: '))
if 0 < score < 50:
    print('F')
elif 50 <= score < 60:
    print('D')
elif 60 <= score < 70:
    print('C')
elif 70 <= score < 80:
    print('B')
else:
    print('A')

9.15. EX1001 - Grraderr

โจทย์

จงเขียนโปรแกรมเพื่อแปลงไฟล์คะแนนดิบให้เป็นเกรดของแต่ละรายวิชา

ตัวอย่างข้อมูลนำเข้า

0,50,60,70,80,100
5
6111440005,19,22.5,9.2,13
6111440001,20,23.0,9.5,14
6111440003,18,25.0,8.5,13
6111440002,15,22.0,10,12
6111440004,20,27.0,9,15

ตัวอย่างข้อมูลส่งออก

6111440005,C
6111440001,C
6111440003,C
6111440002,D
6111440004,B

9.16. EX1002 - GPAS

โจทย์

จงเขียนโปรแกรมเพื่อหาเกรดเฉลี่ยรวมจากเกรดที่เป็นตัวอักษร F, D, D+, C, C+, B, B+, A

โดยตารางการเทียบเกรดเป็นดังนี้

F  = 0
D  = 1
D+ = 1.5
C  = 2
C+ = 2.5
B  = 3
B+ = 3.5
A  = 4

หมายเหตุ: จำนวนหน่วยกิตทุกวิชาเท่ากัน

ตัวอย่างข้อมูลนำเข้า

B
C
D+
B+
A

ตัวอย่างข้อมูลส่งออก

2.8

ตัวอย่างการคำนวณ

เกรด

gpa

B

3

C

2

D+

1.5

B+

3.5

A

4

ผลรวมคือ \(\frac{3+2+1.5+3.5+4}{5} = \frac{14.0}{5} = 2.8\)

9.17. EX1003 - GRADEWALK

โจทย์

เอเคเป็นอาจารย์วิชาหนึ่งซึ่งต้องการประกาศเกรด แต่ต้องการให้นักศึกษาหาใช้เชาว์ปัญญาในการหาเกรดของตัวเอง

วันประกาศเกรด นักศึกษาแต่ละคนจะได้ไฟล์ที่

  • บรรทัดแรกระบุขนาดตาราง n,m โดย n ระบุจำนวนบรรทัด m ระบุจำนวนเกรดในแต่ละบรรทัด

  • n บรรทัด ถัดมาเป็นตารางของเกรดเต็มไปด้วยเกรด A, B, C, D หรือ F

  • บรรทัดถัดจากตารางจะบอกตำแหน่งเริ่มต้น ระบุบรรทัด (r) และตำแหน่งอักขระ (c) จากด้านซ้ายที่เริ่มต้นในบรรทัดเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการค้นหาเกรดจริง r และ c คั่นด้วย ,

  • 2 บรรทัดถัดไปบอกทิศ (W=ขึ้น/S=ลง/A=ซ้าย/D=ขวา) และจำนวนก้าว n การก้าวเดินตามทิศทางที่ระบุ ข้อมูลคั่นด้วย ,

เช่น

W,3 \(\to\) หมายถึง ก้าวขึ้นไปด้านบน 3 บรรทัด D,4 \(\to\) หมายถึง ก้าวไปทางขวา 4 ตัวอักษร

หมายเหตุ r และ c เริ่มนับที่ 0

ตัวอย่างข้อมูลนำเข้า

5,20
AAAAABBBBBCCCCCFFFFF
DDDDDDACBCCDDFFFAAAB
FFFFFFCCCBAAAACCFFFD
AACCCDDDBBBFFFFDDDFC
BBBCDDBBCAAAFDCBAAFC
4,6
W,3
D,4

ตัวอย่างข้อมูลส่งออก

C

ลำดับการค้นหา

  1. ตำแหน่งเริ่มต้น 4,6

AAAAABBBBBCCCCCFFFFF
DDDDDDACBCCDDFFFAAAB
FFFFFFCCCBAAAACCFFFD
AACCCDDDBBBFFFFDDDFC
BBBCDD_BCAAAFDCBAAFC
  1. W,3 ก้าวขึ้น 3 บรรทัด

AAAAABBBBBCCCCCFFFFF
DDDDDD_CBCCDDFFFAAAB
FFFFFFCCCBAAAACCFFFD
AACCCDDDBBBFFFFDDDFC
BBBCDDBBCAAAFDCBAAFC
  1. D,4 ก้าวขวา 4 ตัวอักษร

AAAAABBBBBCCCCCFFFFF
DDDDDDACBC_DDFFFAAAB
FFFFFFCCCBAAAACCFFFD
AACCCDDDBBBFFFFDDDFC
BBBCDDBBCAAAFDCBAAFC
  1. เกรดที่ยืนอยู่ตอนนี้คือ C

9.18. Exception Handling

การจัดการข้อผิดพลาด

ในโปรแกรมหาแก้สมการ \(ax^2 + bx + c = 0\) เราใช้คำสั่ง if เพื่อตรวจสอบค่า r ป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดตอนรัน (run-time error) เมื่อค่า r เป็นลบ

โดยปกติแล้วโปรแกรมทั่วไปจะใช้ decision structures เพื่อเขียนเงื่อนไขป้องกันข้อผิดพลาดทุกกรณีที่จะเป็นไปได้

Note ฟังก์ชันส่วนใหญ่สำหรับการค้นหาจะส่งค่าพิเศษออกมาเมื่อเกิดข้อผิดพลาดหรือค้นไม่พบ เช่น -1

sentence = 'Anna is a pretty princess.'
sentence.find('pretty')
sentence.find('lady')

Try/Except

โปรแกรมต้องตรวจสอบหลายกรณี โปรแกรมจะมีหลายเงื่อนไข ทำความเข้าใจได้ยาก ภาษาโปรแกรมใหม่ๆ จะมีรูปแบบคำสั่งที่ช่วยลดจำนวนเงื่อนไขในการเขียนเพื่อรองรับข้อผิดพลาด

try:
    <body>
except XError:
    <handler>

ไม่ต้องใช้เงื่อนไขตรวจทุกขั้นตอน

import math
try:
    a,b,c=int(input("a")),int(input("b")),int(input("c"))
    r = math.sqrt(b * b - 4 * a * c)
    r1 = (-b + r) / (2 * a)
    r2 = (-b - r) / (2 * a)
    print('r1 = ', r1)
    print('r2 = ', r2)
except ValueError:
    print('No real roots')

รูปและการทำงาน

try:
    try-statements
except ErrorType:
    except-statements
  • ลองทำคำสั่งที่อยู่ใน try-statements

  • ถ้าไม่เกิด error ที่อยู่ใน except-statements

  • โปรแกรมจะไม่ crash (หยุดการทำงาน)

  • try-except ใช้กับ error ได้หลายชนิดช่วยให้โปรแกรมไม่ crash

  • คำสั่ง try จะมีได้หลาย except โดย except แต่ละตัวจะเหมือนกับ elif (เข้าไปทำอันใดอันหนึ่ง)

  • except อันสุดท้ายที่ไม่ระบุ Error จะเหมือนกับ else นั่นคือทำคำสั่งในกรณีที่ Error ไม่ตรงกับ except ใดก่อนหน้านี้เลย

  • ถ้า error ไม่ตรงกับ except ใดเลย โปรแกรมจะ crash

  • เราสามารถตั้งชื่อ error ได้ (ใส่ชื่อหลัง Error)

9.19. SA - วิเคราะห์ Max of Three

หาค่าที่มากที่สุดจากตัวเลข 3 ตัว

Algorithm

  1. รับค่า 3 ตัวเลข x1, x2, x3

  2. หาค่าสูงสุด max3(x1, x2, x3)

Solution 1

def max3(x1, x2, x3):
    if x1 >= x2 >= x3:
        print(x1)
    elif x2 >= x1 >= x3:
        print(x2)
    else
        print(x3)
  • ถูกต้องหรือไม่?

Solution 2

def max3(x1, x2, x3):
    if x1 >= x2 and x1 >= x3:
        print(x1)
    elif x2 >= x1 and x2 >= x3:
        print(x2)
    else
        print(x3)
  • ถูกต้องหรือไม่?

Solution 3

def max3(x1, x2, x3):
    if x1 >= x2:
        if x1 >= x3:
            print(x1)
        else:
            print(x3)
    else:
        if x2 >= x3:
            print(x2)
        else:
            print(x3)
  • ถูกต้องหรือไม่?

Solution 4 > sentinel

maxval = x1
if x2 > maxval:
    maxval = x2
if x3 > maxval:
    maxval = x3
print( maxval )

Solution 5 > builtin function

maxval = max(x1, x2, x3)
print( maxval )

9.20. ข้อคิด - lesson learnt

  • วิธีแก้มีมากกว่า 1 วิธี > อย่ารีบด่วนเขียนคำสั่งตามวิธีที่คิดได้วิธีแรก ให้คิดหาวิธีอื่นให้รอบคอบก่อน

  • สิ่งแรกคือหา algorithm ที่เหมาะสม แล้วดู

  1. clarity-ชัดเจน

  2. simplicity-เข้าใจง่าย

  3. efficiency-ประสิทธิภาพ

  4. scalability-นำไปใช้กับกรณีอื่นได้

  5. elegance-ความเลิศหรู

  • หาแนวคิดที่สามารถนำไปใช้ในกรณีทั่วไปได้ (คิดทำ package/library)

  • Don't re-invent the wheel.

  • หา package/libarary ที่มีอยู่แล้ว

  • ศึกษาแนวทางการเขียน หลักความคิด จาก libary ที่เป็นที่นิยม

  • เอาแนวคิดมา apply

9.21. EX1004 - STATUS

โจทย์

จงเขียนโปรแกรมเพื่อแจ้งเตือนสถานะนักศึกษาจากไฟล์รวมเกรดนักศึกษา

สถานะนักศึกษาคิดจาก เกรดเฉลี่ย และ จำนวนหน่วยกิต ดังนี้

  • ถ้าจำนวนหน่วยกิตน้อยกว่า 60

    • ถ้าเกรดเฉลี่ย น้อยกว่า 1.50 สถานะคือ 'DISMISSAL'

    • ถ้าเกรดเฉลี่ย มากกว่าหรือเท่ากับ 1.50 แต่น้อยกว่า 2.00 สถานะคือ 'WARN'

    • ถ้าเกรดเฉลี่ย มากกว่าหรือเท่ากับ 2.00 สถานะคือ 'NORMAL'

  • ถ้าจำนวนหน่วยกิตมากกว่าหรือเท่ากับ 60

    • ถ้าเกรดเฉลี่ย น้อยกว่า 1.75 สถานะคือ 'DISMISSAL'

    • ถ้าเกรดเฉลี่ย มากกว่าหรือเท่ากับ 1.75 แต่น้อยกว่า 2.00 สถานะคือ 'WARN'

    • ถ้าเกรดเฉลี่ย มากกว่าหรือเท่ากับ 2.00 แต่น้อยกว่า 3.25 สถานะคือ 'NORMAL'

    • ถ้าเกรดเฉลี่ย มากกว่าหรือเท่ากับ 3.25 แต่น้อยกว่า 3.50 สถานะคือ 'SECOND CLASS HONOR'

    • ถ้าเกรดเฉลี่ย มากกว่าหรือเท่ากับ 3.50 สถานะคือ 'FIRST CLASS HONOR'

รูปแบบข้อมูล

ตัวเลขระบุจำนวนรายวิชา (n)
n บรรทัดที่เหลือจะมีข้อมูลผลการเรียนระบุจำนวนหน่วยกิต (c) และเกรดที่ได้ (g) โดยที่ c และ g คั่นด้วย ,

หมายเหตุ โดยตารางการเทียบเกรดเป็นดังนี้

F  = 0
D  = 1
D+ = 1.5
C  = 2
C+ = 2.5
B  = 3
B+ = 3.5
A  = 4

ตัวอย่างข้อมูลนำเข้า

14
3,B
3,B
3,B
3,B
2,C+
1,D
3,B
3,A
2,B+
3,A
3,B
2,A
3,B+
3,A

ตัวอย่างข้อมูลส่งออก

NORMAL